ค้นหา   
รายการ ๑ในพระราชดำริ
มีนาคม
กุมภาพันธ์
พาโนราม่า สเปเชี่ยล
::: 2551 :::
::: 2550 :::
::: 2551 :::
ซี ซีรี่ส์
ตามรอยพระพุทธเจ้า(ภาค2)
::: 2552 :::
แกะรอยไกลบ้าน
ทางสายฝิ่น
รายการโทรทัศน์
ลูกไม้ไกลต้น
ปราชญ์เดินดิน





น.สพ. ดร. ธราดล เหลืองทองคำ
ภาควิชาสัตวแพทยสาธารณสุข
คณะสัตวแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นักเรียนทุนมูลนิธิ “ อานันทมิหดล”
แผนกสัตวแพทยศาสตร์ ประจำปี 2542


อาหาร เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของการดำรงชีวิต การรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง และเพียงพอ จะทำให้สุขภาพแข็งแรง “ อาหาร” จึงเป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด ทว่าการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ส่งผลให้ความต้องการอาหารโปรตีนประเภทเนื้อสัตว์สูงขึ้น และนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีระบบการผลิตเนื้อสัตว์เชิงพาณิชย์ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ



ในปัจจุบัน ผนวกกับกระแสความตื่นตัวเรื่องสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้สินค้า และผลิตภัณฑ์ จากเกษตรอินทรีย์ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เพราะมีกระบวนการผลิตที่ใช้สารอินทรีย์ เป็นวัตถุดิบ จึงปลอดภัยต่อทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม





ปลายปี พ.ศ. 2547 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ เป็นวาระแห่งชาติ โดยให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันปรับเปลี่ยนระบบการผลิตที่พึ่งพาการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี มาเป็นการพึ่งตนเอง โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ และสารอินทรีย์ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และเมื่อต้นปี 2549 กรมปศุสัตว์ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับปศุสัตว์อินทรีย์แก่เกษตรกร


ปศุสัตว์อินทรีย์ เป็นระบบการผลิตปศุสัตว์ ที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งเกิดจากแนวคิดด้านการผลิตอาหารปลอดภัย อันหมายถึง ระบบการจัดการผลิตปศุสัตว์ ที่มีความสัมพันธ์กลมกลืน ระหว่างผืนดิน , พืช และสัตว์ ที่เหมาะสม เป็นไปตามความต้องการทางสรีรวิทยาและพฤติกรรมสัตว์ ที่ทำให้เกิดความเครียดต่อสัตว์น้อยที่สุด ส่งเสริมให้สัตว์มีสุขภาพดี เน้นการป้องกันโรคโดยอาศัยการจัดการฟาร์มที่ดี หลีกเลี่ยงการใช้ยาและสารเคมี และเป็นทางรอดของเกษตรกร คือหันมาพึ่งพาตนเอง โดยอาศัยธรรมชาติ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนการผลิต


เมื่อรวมกับประสบการณ์ และความรู้ทางวิชาการ จากงานวิจัยด้านปศุสัตว์อินทรีย์ ที่เกิดขึ้นแล้ว และจะเกิดขึ้นในอนาคต ของนายสัตวแพทย์ ดร.ธราดล เหลืองทองคำ นั้น ย่อมเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า การผลิตสินค้าปศุสัตว์อินทรีย์ของไทย จะได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพ มาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ รวมทั้งมีศักยภาพเพียงพอ ในการก้าวไปสู่ประเทศชั้นนำ ด้านปศุสัตว์อินทรีย์อย่างยั่งยืนในอนาคต







ศ.นพ.ประพันธ์ ภานุภาค

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย นักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล
แผนกแพทยศาสตร์ ปี พ. ศ. 2513


สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราทั้งภายในและภายนอกร่างกาย เต็มไปด้วยจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งมีทั้งชนิดที่ไม่ได้ทำให้เกิดโรคติดเชื้อและชนิดที่สามารถนำโรคภัยต่างๆ มาสู่คนได้ เพื่อป้องกันร่างกายของเราจากสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เหล่านี้ มนุษย์จึงมีเกราะป้องกันที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด และผู้ช่วยตัวสำคัญนี้ก็คือ “ ระบบภูมิคุ้มกัน” นั่นเอง



ตราบใดที่เซลล์ต่างๆ ภายในระบบภูมิคุ้มกันยังคงทำหน้าที่สอดประสานกันเป็นระบบ ก็ย่อมจะสร้างภาวะสมดุลให้กับร่างกาย ในทางตรงข้ามหากการทำงานนั้นไม่เป็นไปตามปกติ โรคภัยต่างๆ ก็พร้อมจะก่อตัวขึ้นเสมอ และโรคหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติที่ว่านี้ก็คือ “ โรคภูมิแพ้” ซึ่งจากสถิติผู้ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ที่สำรวจโดยสมาคมโรคภูมิแพ้และอิมมูโนวิทยาแห่งประเทศไทย พบว่า ทุกๆ ปี



คนไทยจะเป็นโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ และในปี 2546 ที่ผ่านมามีรายงานว่าประเทศไทยต้องเสียเงินไปในการบำบัดผู้ป่วยโรคภูมิแพ้สูงถึง 9,900 ล้านบาท และแม้ว่าโรคภูมิแพ้จะไม่ใช่โรคติดต่อที่ร้ายแรง แต่จากสถิติที่บ่งชี้ว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับโรคนี้ ได้สะท้อนให้เห็นว่า สังคมยังคงขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้อย่างจริงจัง ทั้งที่เราจะต้องพบผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่รายรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นในห้องเรียน ในที่ทำงาน หรือแม้แต่ในบ้านเดียวกัน

ศ.นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ผู้ได้รับพระราชทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกแพทยศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2513 เป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจศึกษาและบุกเบิกแนวทางการรักษาโรคภูมิแพ้ในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปี ซึ่งไม่เพียงแต่ทำการรักษาผู้ป่วยที่ต้องเผชิญกับปัญหาโดยตรงเท่านั้น






แต่ยังมีส่วนในการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ให้เป็นที่รับรู้ของสังคมมากขึ้นด้วย ซึ่งการส่งต่อความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้จากการศึกษาค้นคว้าของ ศ.นพ.ประพันธ์ ภานุภาค รวมถึงคณะนักวิจัยสู่ผู้คนในสังคม ไม่ได้เป็นเพียงการเยียวยาผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้คนในสังคมได้เรียนรู้ที่จะดูแลสุขภาพและใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะ แม้ในยามที่ความเจ็บป่วยเกิดขึ้น





ดร.อภินิติ โชติสังกาศ
ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
นักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล
แผนกเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ .
2543


“ มันก็เหมือนเดียวดาย เดี๋ยวนี้ พี่น้องเพื่อนบ้านก็หายไปหมดเลย ผมอยู่หลังเดียวโดดๆ นี่ กลางคืนก็นอนกับลูกกับภรรยาก็มีแค่สองสามคน ก็เหงา ก็กลัว” นายเลือด แสงแก้ว ผู้ประสบภัยโคลนถล่มที่บ้านน้ำต๊ะ จังหวัดอุตรดิตถ์เล่าให้ฟังถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดินถล่มที่จังหวัดอุตรดิตถ์ "





ดินถล่มภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์ที่อ.พิปูน จ. จ.นครศรีธรรมราช เหตุการณ์ที่อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี หรือ เหตุการณ์ที่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ น้ำ โคลน และซากต้นไม้ที่ไหลบ่าลงมาตาลาดเขา กวาดเอาทุกสิ่งทุกอย่างให้หายไปในพริบตา




หากกล่าวถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดดินถล่มนั้นประกอบด้วย ลักษณะทางธรณีวิทยาของชั้นหินและดิน ความลาดเอียงของพื้นที่ ปริมาณน้ำฝน พื้นปกคลุมดิน การเข้าไปใช้ประโยชน์ของพื้นที่ และปัจจัยแผ่นดินไหว ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้เข้าใจพฤติกรรมของภัยพิบัติได้มากขึ้นการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยความรู้จากหลายส่วนประกอบกัน




เมื่อมีภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้น สิ่งทีมักพูดถึงเสมอคือการสร้างระบบเตือนภัย ซึ่งทางศูนย์วิจัยปฐพีและฐานราก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ดร.อภินิติ โชติสังกาศ นักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ . 2543 กำลังวิจัยคิดค้นการสร้างเครื่องมือเตือนภัย โดยอาศัยแนวคิดการวัดค่าความชื้นของ Tensiometer มาประยุกต์ใช้กับการวัดค่าความชื้นของดินเพื่อค้นหาจุดที่ดินมีความอิ่มตัวและสามารถถล่มลงมได้ เพื่อที่จะพัฒนาเครื่องมือตัวนี้ให้เป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

แต่อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการสร้างระบบเตือนภัยแล้ว การคำนึงถึงแนวป้องกันทางธรรมชาติ ด้วยการอนุรักษ์ป่าและต้นน้ำลำธาร ยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะความหลากหลายของพืชพรรณทางธรรมชาติ จะทำหน้าทีในการซับน้ำ และยึดดินไว้ เป็นการบรรเทาความเสียหายทีอาจจะเกิดขึ้น
 
ซีเอ็ดบุคส์ ศูนย์หนังสือจุฬา ร้านดอกหญ้า ซีคอนสแคว์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
บ.พาโนราม่าเวิลด์ไวด์ จำกัด
0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7

IPTV ย้อนหลัง
หนึ่งในพระราชดำริ
หนึ่งในพระราชดำริ แผลในช่องปาก 01 เม.ย. 49  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ ดินถล่ม ความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน 25 มี.ค. 49  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ โบราณคดีกับวิทยาศาสตร์ 18 มี.ค. 49  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ ไฟป่า 11 มี.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ พระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์ 04 มี.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียงกับผู้ประสบภัยสึนามิ 25 ก.พ. 49  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ รัก...สตรอเบอรี่ 18 ก.พ. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ พลาสติกย่อยสลาย 11 ก.พ. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ หุ่นยนต์สายพันธุ์ไทย 04 ก.พ. 49  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ เอราวัณ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 28 ม.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ หุ่นยนต์กับชีวิตประจำวัน 21 ม.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ ไทรอยด์ ต่อมนั้นสำคัญไฉน ? 14 ม.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียงในโลกธุรกิจ 07 ม.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ เพื่อความเข้าใจ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 31 ธ.ค. 48  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ โรงเรียนของในหลวง 10 ธ.ค. 48 | 256k
 
 
บริษัท พาโนราม่าเวิลด์ไวด์ จำกัด
298 ถนนศรีวรา ทาวน์อินทาวน์ แขวงวังทองหลาง
เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 แฟ็กซ์ 0-2934-4726

Panorama worldwide Co.,ltd.
298 Soi Ladprao 94, Wangthonglang district,
Wangthonglang, 
Bangkok 10310
Tel. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 Fax 0-2934-4726

ศูนย์หนังสือจุฬา ซีเอ็ดบุคส์