ค้นหา   
รายการ ๑ในพระราชดำริ
มีนาคม
กุมภาพันธ์
พาโนราม่า สเปเชี่ยล
::: 2551 :::
::: 2550 :::
::: 2551 :::
ซี ซีรี่ส์
ตามรอยพระพุทธเจ้า(ภาค2)
::: 2552 :::
แกะรอยไกลบ้าน
ทางสายฝิ่น
รายการโทรทัศน์
ลูกไม้ไกลต้น
ปราชญ์เดินดิน

เสาร์ที่ 1 เมษายน 2549   ตอน แผลในช่องปาก

วิทยากร - ทพญ.ดร.สิริบังอร พิบูลนิยม โขวิฑูรกิจ
ภาควิชาทันตกรรมโรงพยาบาล คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
นักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกทันตแพทย์ศาสตร์ ปี พ.ศ.2539

ฟันที่สกปรก ย่อมก่อให้สภาพภายในช่องปากสกปรกตามมา และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง ของเซลล์เยื่อบุผิวรอบเหงือก ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บระคายเคืองซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกลายเป็นแผลเรื้อรัง ภายในช่องปากของเราเอง

จริงๆแล้วแผลในช่องปากไม่ได้มีแค่แผลร้อนในเท่านั้น เราสามารถแบ่งกลุ่มของแผลในช่องปาก ได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ


กลุ่มแรกคือแผลเวียนกลับซ้ำ ซึ่งเมื่อเป็นแล้วก็จะกลับมาเป็นได้อีก โดยอาจจะเป็นในตำแหน่งเดิมหรือเปลี่ยนตำแหน่งอื่นก็ได้ แผลในกลุ่มนี้เช่น ร้อนใน โรคเริม เป็นต้น
กลุ่มที่ 2
คือแผลเฉียบพลัน ที่มักเกิดจากการกัด เสียดสีกับวัตถุแข็ง ขอบฟันคม ขอบฟันเทียม หรืออาจเกิดจากการสัมผัสกับยา สารเคมีและความร้อน ซึ่งล้วนเกิดจากการกระทำของตนเอง สำหรับใน
กลุ่มที่ 3
เป็นแผลที่ค่อนข้างจะมีความรุนแรงนั่นก็คือประเภทของแผลรื้อรัง ซึ่งมีระยะเวลาของการเป็นแผลมากกว่า 2-3 สัปดาห์ เช่น ไลเคน พลานัส , ไลคีนอย รีแอคชั่น และมะเร็งในช่องปาก

ดังนั้นวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดแผลในช่องปากคือ หมั่นดูแลสุขภาพช่องปาก ด้วยการแปรงฟันทุกวัน วันละ 2 ครั้ง และไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน หากมีบริเวณที่มีความคมในช่องปากเช่น ฟันหรือวัสดุอุดที่คม ก็ควรจะไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไข ผู้ป่วยที่เป็นแผลร้อนในก็ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดแผลร้อนใน อาหารรสจัด และควรออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญแผลเรื้อรังที่ไม่หายภายใน 3 สัปดาห์ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง

เสาร์ที่ 8 เมษายน 2549 ตอน เมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉิน






วิทยากร -
พันเอก นพ.สุรจิต สุนทรธรรม
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ผู้ได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล
แผนกแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2535

ที่ผ่านมา เมื่อเกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ทั้งผู้เจ็บป่วยและผู้ใกล้ชิด ต้องช่วยตนเองในการดูแลและนำส่งโรงพยาบาลเป็นหลัก ซึ่งก่อให้เกิดความโกลาหล และความวิตกกังวลอย่างมากว่า จะช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยอย่างไร จะนำส่งไปที่ใด ผู้ป่วยจะพิการหรือเสียชีวิตหรือไม่ ซึ่งบางครั้งผู้เจ็บป่วยดังกล่าวต้องพิการหรือเสียชีวิตจากการได้รับความช่วยเหลือที่ล่าช้าและไม่ถูกต้องอย่างน่าเสียดาย
บนเส้นพรมแดนที่ขวางกั้นระหว่างความเป็นและความตาย การช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

หนทางแรกที่ผู้ไปถึงพอจะทำได้ คือการหามผู้เจ็บป่วยขึ้นรถอย่างรีบเร่ง เพื่อนำส่งให้ถึงมือแพทย์ในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และเร็วที่สุด ส่งผลให้ผู้บาดเจ็บบางรายรอดชีวิต แต่บางรายเสียชีวิตระหว่างเดินทาง สาเหตุหนึ่งของความสูญเสีย คือการขาดความรู้และทักษะของผู้ช่วยเหลือ ขาดความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ รวมทั้งการบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ยังไม่ได้มาตรฐานและขาดประสิทธิภาพ


ย้อนหลังไปเมื่อครั้งที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงก่อตั้งแพทย์อาสาทางอากาศ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นงานหน่วยแพทย์ทางวิทยุขึ้น เพื่อ อำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารไกลคมนาคม ให้ได้รับการรักษาพยาบาลทันต่อเหตุการณ์และต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในชนบทห่างไกลให้ดีขึ้น ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของการแพทย์ฉุกเฉินเป็น ครั้งแรกในประเทศไทย และ ต่อมา



ด้วยทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาของไทย และสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานทุนมูลนิธิ “ อานันทมหิดล ” ให้แก่ พันเอกนพ.สุรจิต สุนทรธรรม ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไปศึกษาต่อทางด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน เพื่อนำความรู้ที่ได้รับกลับมาพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทย ให้ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เสาร์ที่ 15 เมษายน 2549 ตอน “ รักนะ.....เด็กอ้วน”

วิทยากร- นพ. สมศักดิ์ โล่ห์เลขา
นายกแพทยสภา
นักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกแพทยศาสตร์ ปี พ.ศ.2515

ผู้ใหญ่หลายคนคงเคยรู้สึกเอ็นดูเด็กๆ ที่ “ จ้ำม่ำ” หรือ “ ตุ้ยนุ้ย” กันอยู่บ่อยๆ แม้แต่พ่อแม่ของเด็กเหล่านั้นเองก็คงภูมิใจในความน่ารักของลูกอยู่ไม่น้อย โดยที่อาจไม่เคยนึกเอะใจว่าความเจ้าเนื้อของเด็กๆ นั้น หาใช่ภาพลักษณ์ของความสมบูรณ์หรือการมีสุขภาพแข็งแรงดังที่เคยเข้าใจกันมา หากแต่ไขมันน้อยๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกายของเด็กเหล่านี้ คือ สัญญาณสำคัญที่เตือนว่าลูกน้อยของคุณอาจจะกลายเป็นเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือที่เรียกว่าเป็น “ โรคอ้วน” นั่นเอง


จากสถิติการสำรวจสภาวะ “ โรคอ้วนในเด็ก” โดยโครงการวิจัยพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทยในปี พ.ศ. 2544 พบว่าสถานการณ์โรคอ้วนในเด็กที่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเฉพาะในเขตเมืองได้เพิ่มสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อภาวะน้ำหนักเกินในเด็ก ส่วนหนึ่งสัมพันธ์อยู่กับรูปแบบวิถีชีวิตที่ปรับเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าทันสมัยของเทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มักอุดมไปด้วยไขมัน การใช้เครื่องอำนวยความสะดวกแทนที่จะทำด้วยตนเอง หรือแม้แต่การเล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เป็นต้น

พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการขาดกิจกรรมที่เอื้อให้เด็กๆ ได้ใช้พลังงานเหล่านี้ ไม่เพียงทำให้พวกเขาต้องประสบกับภาวะน้ำหนักเกินเท่านั้น แต่ยังเป็นบ่อเกิดของโรคภัยที่ร้ายแรงอื่นๆ ตามมาด้วย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจอุดตัน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ฯลฯ นอกเหนือจากนั้นปัญหาโรคอ้วนยังส่งผลกระทบต่อจิตใจและการเข้าสังคมของเด็กๆ ซึ่งอาจติดตัวไปจนกระทั่งพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่


สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เด็กไทยรอดพ้นจากภัยของโรคอ้วน จึงอยู่ที่การป้องกันไม่ใช่ที่การรักษาซึ่งเป็นปลายเหตุ โดยเริ่มต้นจากพ่อแม่หรือคนในครอบครัวเป็นอันดับแรก ที่ต้องดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายจนเป็นกิจวัตร แนวทางนี้สามารถปรับเข้ากับการรักษาเด็กที่กำลังเผชิญกับภาวะน้ำหนักเกินได้เช่นกัน โดยพ่อแม่จะต้องสร้างกำลังใจให้พวกเขาอยู่เสมอ ด้วยความรักจากครอบครัวเด็กๆ เหล่านี้จะสามารถต่อสู้กับ “ โรคอ้วน” ได้ในที่สุด

 
ซีเอ็ดบุคส์ ศูนย์หนังสือจุฬา ร้านดอกหญ้า ซีคอนสแคว์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
บ.พาโนราม่าเวิลด์ไวด์ จำกัด
0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7

IPTV ย้อนหลัง
หนึ่งในพระราชดำริ
หนึ่งในพระราชดำริ แผลในช่องปาก 01 เม.ย. 49  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ ดินถล่ม ความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน 25 มี.ค. 49  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ โบราณคดีกับวิทยาศาสตร์ 18 มี.ค. 49  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ ไฟป่า 11 มี.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ พระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์ 04 มี.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียงกับผู้ประสบภัยสึนามิ 25 ก.พ. 49  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ รัก...สตรอเบอรี่ 18 ก.พ. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ พลาสติกย่อยสลาย 11 ก.พ. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ หุ่นยนต์สายพันธุ์ไทย 04 ก.พ. 49  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ เอราวัณ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 28 ม.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ หุ่นยนต์กับชีวิตประจำวัน 21 ม.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ ไทรอยด์ ต่อมนั้นสำคัญไฉน ? 14 ม.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียงในโลกธุรกิจ 07 ม.ค. 49 | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ เพื่อความเข้าใจ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 31 ธ.ค. 48  | 256k
หนึ่งในพระราชดำริ โรงเรียนของในหลวง 10 ธ.ค. 48 | 256k
 
 
บริษัท พาโนราม่าเวิลด์ไวด์ จำกัด
298 ถนนศรีวรา ทาวน์อินทาวน์ แขวงวังทองหลาง
เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 แฟ็กซ์ 0-2934-4726

Panorama worldwide Co.,ltd.
298 Soi Ladprao 94, Wangthonglang district,
Wangthonglang, 
Bangkok 10310
Tel. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 Fax 0-2934-4726

ศูนย์หนังสือจุฬา ซีเอ็ดบุคส์