 ผู้ใหญ่หลายคนคงเคยรู้สึกเอ็นดูเด็กๆ ที่ จ้ำม่ำ หรือ ตุ้ยนุ้ย กันอยู่บ่อยๆ แม้แต่พ่อแม่ของเด็กเหล่านั้นเองก็คงภูมิใจในความน่ารักของลูกอยู่ไม่น้อย โดยที่อาจไม่เคยนึกเอะใจว่าความเจ้าเนื้อของเด็กๆ นั้น หาใช่ภาพลักษณ์ของความสมบูรณ์หรือการมีสุขภาพแข็งแรงดังที่เคยเข้าใจกันมา หากแต่ไขมันน้อยๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกายของเด็กเหล่านี้ คือ สัญญาณสำคัญที่เตือนว่าลูกน้อยของคุณอาจจะกลายเป็นเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือที่เรียกว่าเป็น โรคอ้วน นั่นเอง
จากสถิติการสำรวจสภาวะ โรคอ้วนในเด็ก โดยโครงการวิจัยพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทยในปี พ.ศ. 2544 พบว่าสถานการณ์โรคอ้วนในเด็กที่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเฉพาะในเขตเมืองได้เพิ่มสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อภาวะน้ำหนักเกินในเด็ก ส่วนหนึ่งสัมพันธ์อยู่กับรูปแบบวิถีชีวิตที่ปรับเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าทันสมัยของเทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มักอุดมไปด้วยไขมัน การใช้เครื่องอำนวยความสะดวกแทนที่จะทำด้วยตนเอง หรือแม้แต่การเล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เป็นต้น
พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการขาดกิจกรรมที่เอื้อให้เด็กๆ ได้ใช้พลังงานเหล่านี้ ไม่เพียงทำให้พวกเขาต้องประสบกับภาวะน้ำหนักเกินเท่านั้น แต่ยังเป็นบ่อเกิดของโรคภัยที่ร้ายแรงอื่นๆ ตามมาด้วย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจอุดตัน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ฯลฯ นอกเหนือจากนั้นปัญหาโรคอ้วนยังส่งผลกระทบต่อจิตใจและการเข้าสังคมของเด็กๆ ซึ่งอาจติดตัวไปจนกระทั่งพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่
สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เด็กไทยรอดพ้นจากภัยของโรคอ้วน จึงอยู่ที่การป้องกันไม่ใช่ที่การรักษาซึ่งเป็นปลายเหตุ โดยเริ่มต้นจากพ่อแม่หรือคนในครอบครัวเป็นอันดับแรก ที่ต้องดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายจนเป็นกิจวัตร แนวทางนี้สามารถปรับเข้ากับการรักษาเด็กที่กำลังเผชิญกับภาวะน้ำหนักเกินได้เช่นกัน โดยพ่อแม่จะต้องสร้างกำลังใจให้พวกเขาอยู่เสมอ ด้วยความรักจากครอบครัวเด็กๆ เหล่านี้จะสามารถต่อสู้กับ โรคอ้วน ได้ในที่สุด
|