ค้นหา   
พาโนราม่า สเปเชี่ยล
::: 2551 :::
::: 2550 :::
::: 2551 :::
ซี ซีรี่ส์
ตามรอยพระพุทธเจ้า(ภาค2)
::: 2552 :::
แกะรอยไกลบ้าน
ทางสายฝิ่น
รายการโทรทัศน์
ลูกไม้ไกลต้น
ปราชญ์เดินดิน
เรื่องที่ : 7
หัวข้อเรื่อง : “ เสือจริงๆ ไม่ใช่เสือผู้หญิงนะจ้ะ ”
รายการ Panorama Special
ตอน Secret of the Tiger
เรื่องก่อนหน้านี้( เตร็ดเตร่..เขเรือ อิ่มใจเหลือเฟือเที่ยวเมืองตรัง) แอบอำพี่ท็อปไว้ว่าเป็นเจ้าของโปรเจ็ค(ไม่ได้)จับเสือมือเปล่า มาเรื่องนี้ก็เฉลยกันตรงนี้เสียเลยดีกว่าว่ามันเป็นยังไงกันแน่...
Secret of the Tiger นั้นเป็นตอนย่อยๆ ในชุด The Big Four ซึ่งก็เป็นซีรีส์ย่อยของรายการ Panorama Special อีกทีหนึ่ง..อืมมม...งงกันมั๊ยล่ะเนี่ยยย ...
ได้ยินคำว่าเสือนอกจากเราจะนึกถึงความดุร้ายน่ากลัวแล้ว เรายังเปรียบได้กับเรื่องอะไรที่มันดูยากเย็นแสนเข็ญ ซึ่งมันก็ตรงกับเรื่องที่พี่ท็อปทำอยู่นี่ล่ะ ทั้งยาก ทั้งเหนื่อย ทั้งน่ากลัว ลำบากลำบน ..อู๊ยยยย...ไม่รู้จะสาธยายยังไงไหว แต่มันก็เป็นเรื่องที่คุ้มค่ามากๆ ซึ่งเราก็อยากให้คนไทยได้รับรู้เรื่องนี้กัน เอ้าล่ะเกริ่นมาซะน้ำท่วมทุ่งเลย เข้าเรื่องเลยดีกว่า เดี๋ยวจะไม่ทันใจวัยโจ๋ทั้งหลาย ...
เป็นเวลาแรมปีแล้วที่ทีมงานเสือของเราเดินทางเข้าออกสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำเป็นว่าเล่น ใช้ป่าใหญ่เป็นบ้านต่างเรือนนอนก็ว่าได้ ..ก็แหมเวลาที่พวกพี่ๆเค้าเข้าป่าไปเก็บข้อมูลทำสารคดีกันคราวหนึ่งเนี่ยก็กินเวลาเกือบเดือนเชียวล่ะ เรียกได้ว่ากลับเข้ากรุงเทพฯ มาทีเนี่ย คนที่บ้านแทบจำหน้าไม่ได้ , คนในออฟฟิสก็แทบจะโผเข้ากอดเพราะคิดถึง.<---.เวอร์ไปรึเปล่าเนี่ย ไปแต่ละทีก็มีเรื่องสนุกๆ ตื่นเต้นๆ นำกลับมาเล่าให้เราฟังกัน เรื่องบางเรื่องบ้างก็สร้างความตื่นเต้น อย่างตอนที่เจอช้างแล้วต้องวิ่งหนีกันป่าราบ(เออ..ไม่รู้ว่าไปทำอะไรขวางหูขวางตาคุณพี่ช้างเค้ารึเปล่า ..เอ? หรือ พี่ช้างเค้าผิดกลิ่น(เหม็นๆ)ของพี่ๆ เค้าก็ไม่รู้สินะ...555) บางทีเดินลาดตระเวนแกะรอยเสืออยู่ดีๆก็ไปจ๊ะกันกับพวกลักลอบล่าสัตว์ป่า..อึ๊ยยยยยย..ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่า เล่นเอา ตื่นเต้นระทึกขวัญกันขนาดไหน ก็แหม ฝ่ายโน้นเค้าพกปืนแต่ฝ่ายทางพวกเราพกสมุด ปากกา กล้องและเครื่องมือทำงาน..จ๊ากกกกก.... เล่นเอาเหงื่อไหลยังกะตกน้ำกันเลยล่ะคราวนั้น....(ถ้าใครเคยเปิดเว็บบอร์ดอ่าน คงจำกันได้ที่ พี่ท็อปเอาภาพมาโพสต์ไว้ให้ดูกัน)

  

(ภาพดร.เดวิด(David Scotth) หรือปู่เด็ปซึ่งเป็นชื่อที่เจ้าหน้าที่เรียกกัน กำลังเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือทำงานอยู่...อืมม..ลืมแนะนำตัวปู่เด็ปไป ปู่เด็ปทำงานวิจัยเสือที่เนปาลและบังคลาเทศ และเค้าคนนี้ล่ะเป็นคนแรกของโลกที่ริเริ่มใช้วิทยุติดตามแกะรอยเสือ.. ...เป็นไง เจ๋งมั๊ยล่ะ)

การไปถ่ายทำในแต่ละทีก็ลำบากลำบนน่าดู เรื่องที่หลับที่นอน ข้าวปลาอาหารไม่ต้องพูดถึง..ที่ไม่ต้องพูดนี่ไม่ใช่ว่าสบายนะจ้ะ ..เพราะที่นั่นเค้าไม่ได้มี 7-11 ให้เดินเข้าเดินออกกันเมื่อไหร่ก็ได้เวลาหิว เวลาไปทำงานกันทีนี่ ต้องเตรียมเสบียงอาหารเข้าไปกันเอง ถ้าคำนวณผิดเอ้าเสบียงไปไม่พอก็ต้องมีการกลับออกมาซื้อของในเมืองกันใหม่แล้วระยะทางในเมืองกะที่สถานีนี่ก็ไม่ใช่น้อยๆ เสียเมื่อไหร่... ช่วงแรกๆ ที่ทีมเค้าไปก็คำนวณผิดอยู่บ่อยเหมือนกันแต่พอระยะหลัง.....สบาย...ยย เรียากว่าเอาวิชาคำนวณ บวก ลบ คูณ หารมาใช้ได้ดีก็คราวนี้ล่ะ..หุๆ (ที่จริงน่ะสงกะสัยว่า จะกลัวอดซะมากกว่า)


(ภาพ เวลาทำงานกันที่นอกจากอยู่บนดินแล้ว ยังมีต้องขึ้นไปค้างเติ่งบนนั่งร้านเป็นวันเป็นคืนก็มีนะ ..บางทีก็ต้องนอนอยู่บนนั้นเลยล่ะ..คิดดูสิ บรรยากาศเงียบๆ ลมโชยเย็นๆ ใอ้ตอนกลางวันน่ะพอไหวหรอก แต่ตอนกลางคืนนี้ซี้.....มันทั้งเงียบ ทั้งมืด มองไปทางไหนก็ดำมืดไปหมด แถมมีแต่เสียงวังเวงๆ ...บรื้ออออออ...เป็นอิชั้นนะฮะ..ร้องไห้ขอกลับบ้านตั้งแต่คืนแรกแล้ว...น่ากลัวปานนั้น เนี่ยยังสงสัยอยู่เล้ยยยย ว่าพี่ๆเค้าไปอยู่กันได้ยังไงกัน.... เป็นปีๆ สงสัยเจอนางไม้แน่ๆ..5555)

คุยฟุ้งมาซะแยะยังไม่ได้แนะนำสามทหาร(จับ)เสือให้รู้จักกันเลย 3 ท่านนี้เป็นนักวิจัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกเชียวนะ เรียงกันไปเลยจากด้านขวาของภาพนะคะ


(ภาพ คุณศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ คนเก่งคนไทยของเรา , คุณเดวิดหรือปู่เด็ปเคราขาว(แนะนำไปแล้ว), คุณอูลาส(Ullas Karanth) (คนที่มีกล้องคล้องคอ) .ดร.อูลาสเป็นนักวิจัยชาวอินเดียและทำงานวิจัยเสือที่อินเดียว ท่านนี้มีชื่อเสียงในด้านการประเมินประชากรเสือจ้ะ )

ยังมีอีก 2 ท่านที่ไม่มีอยู่ในภาพ เค้าคือ ดร.เดล (Dale Miquelle)และดร.จอร์น (John Goodrich) สองท่านนี้ทำงานวิจัยเสืออยู่ที่ไซบีเรียโน้นนนน.....)
ในการออกแกะรอยเสือแต่ละที เราก็บอกไม่ได้ว่าจะเจอเสือรึเปล่า เพราะบางทีเสือเค้าได้กลิ่นหรือเค้าระแวดระวัง เค้าก็จะหลบหนีไม่ได้เราตามเจอ ..จนบางครั้งพี่ท็อปของเราก็ต้องเล่นไสยศาสตร์กันบ้าง ก็แหมนะ...เข้าป่าแต่ละที ก็ขอให้มีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาทำงานต่อกันบ้างสิ งานนี้พี่ท็อปเลยบนด้วยเหล้า..แต่เอ๊ะ..ปกติเห็นพี่ท็อปใช้เหล้าขาวไม่ใช่เหรอ แต่คราวนี้ทำไมสีเปลี่ยนไปล่ะ ...ก็แหมมีเจ้า(อีกคน) กระซิบมาว่าขอเปลี่ยนเป็นเหล้าสีบ้างเหอะนะ.. เพื่อไม่ให้เป็นการเสียของ..บนเสร็จจะได้เอามากินแก้กระหายน้ำซะหน่อย..เอิ๊กๆๆ)

  

(ภาพ พี่ท็อปเล่นไสยศาสตร์ซะแล้ว..แต่ว่าไม่ได้นะ ไม่เชื่ออย่าลบลู่..บนทีไรก็เจอเสือทุกที ) และ (ภาพ อันนี้ถ้าสังเกตดีๆ จะมีทีมงานพาโนฯอยู่ในภาพด้วยนะ แต่โน้นนนนนน...อยู่บนต้นไม้ด้านหลังไกลลิบๆโน้นแน่ะ แทบจะไม่เห็นเลยก็ว่าได้ แบบว่า..ไปทำงานช่วงแรกๆ ทีมงานยังไม่ชินกะการใกล้ชิดแบบเกาะติดสถานการณ์ไง (พูดง่ายๆ ก็กล้าๆกลัวๆ น่ะล่ะ) ก็เลยขอดูอยู่ห่างๆ (มากไปหน่อย) ไง..55555)

นอกจากตามเก็บข้อมูลเสือด้วยตัวเองแล้วนะ นักวิจัยยังใช้เทคโนโลยีเครื่องไม้เครื่องมือช่วยด้วยอีกแรงด้วยเหมือนกัน อย่างเช่น เอา camera trap (กล้องดักถ่ายภาพระบบอินฟาเรด) ไปติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆที่คาดว่าจะมีสัตว์ป่าเดินผ่าน เช่น ตามเส้นทางเดินของสัตว์ โป่งสัตว์ ริมลำธาร เชื่อมั๊ยล่ะ นอกจากเราจะได้ภาพเสือ ไม่ว่าเสือดำ เสือดาว เสือโคร่ง (บางทีก็มีเสือผู้หญิงเผลอเดินเข้ากล้องเหมือนกันนะ ..เหอๆ อ่ะ...ล้อเล่น) ยังได้ภาพสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ อีกเยอะแยะเลย ทั้งหมี เก้งกวาง หมูป่า ช้าง ..
อืม..ลืมบอกไปอีกแล้วว่า(ทำไมยัยดุษนี่ขี้ลืมเสียจริง) ดุษเคยถามพี่ท็อปว่าทำไมนักวิจัยเค้าถึงเลือกวิจัยเสือล่ะ..พี่ท็อปก็บอกว่า เพราะถ้าเราได้ข้อมูลเสือมาเนี่ย เราก็สามารถเชื่อมโยงไปถึงข้อมูลเรื่องอื่นๆ ของป่าได้เยอะเลย เพราะเเสือเป็นนักล่าที่ใช้พื้นที่ในการหากินกว้างมาก อีกทั้งยังเป็นนักล่าตัวฉกาจด้วย ฉะนั้น คุณเสือเนี่ยเค้าก็เป็นดัชนีบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าได้เลยล่ะ......แล้วอีกอย่างข้อมูลของเสือในระดับโลกนี่ก็ยังไม่มีใครเคยทำด้วย นักวิจัยเสือเค้าก็เลยร่วมมือกันเป็นเครือข่ายเพื่อเก็บข้อมูลวิจัยกันนี่ล่ะ



  

(ภาพการทำงานวิจัยกับเสือ เราต้องจับเสือใส่วิทยุติดตาม(ปอกคอ) และก็เก็บข้อมูลจำเพาะของเสือแต่ละตัวเอาไว้)



(ภาพ แหม..เห็นเสือตัวจริงกันไม่พออีกเหรอจ้ะ เลยมาเป็นไทยมุงดูเสือกันในกล้อง....แต่เอ๊ะ.หนุ่มๆเค้ายิ้มอะไรกันหน๊อ...สงสัยแอบคิดในใจว่าเสือตัวจริงหรือจะสู้เสือผู้หญิงเราได้..จ๊ากกกกก....)



(ภาพ โฉมหน้าทีมงานของเราและทีมนักวิจัย ใครเป็นใครก็ดูกันเอาเองนะจ้ะ เป็นไงหล่อไม่เสร็จเอ๊ย.ไม่แพ้กันเลย..แต่ที่หล่อที่ซู้ดดด คงจะเป็นพ่อตัวอ้วนใหญ่ที่นอนทำตาพริ้มนั้นกระมั่ง แหม..งานนี้เค้าเป็นดาราเด่นเลยนี่ แต่ขอแซวหน่อยนะจ้ะว่า..งานนี้หากคุณเสือเค้าไม่เมายาบ้าเอ๊ย..ยาสลบล่ะก้อ..คุณพี่ทั้งหลายจะกล้ามาถ่ายภาพคู่กับเค้ามั๊ยเอ่ย?...)



(ภาพ ตามธรรมเนียมที่ภาพสุดท้ายจะเป็นภาพที้เก็บมาฝาก ดูสิว่า พี่ท็อปกำลังส่องกล้องดูอะไรอยู่หนอ.. สงสัยส่องหาบ้านตัวเองอยู่...แหมอารมณ์คิดถึงบ้านล่ะสิพี่มาอยู่ป่านานแล้วนี่ อุ๊ย!!!!หรือว่ากำลังส่องกล้องแอบดูอะไรอยู่ล่ะนี่...555...)

เออ..พี่ท็อปดุษมีไอเดียใหม่มานำเสนอ ไหนๆ พี่ก็เข้าๆ ออกๆ ป่า อยู่เป็นนิจอย่างงี้ ดุษเสนอชื่อเล่นให้ทีมงานและนักวิจัยเรียกพี่อีกชื่อดีม่ะ..ชื่อ เมาคลี หรือ ทาซาน ไปเล้ยยยยยย...เหมาะมั๊กๆ... (^^)? เวิร์คมั๊ยๆ
(แว๊บ..ไปก่อนล่ะนะเดี๋ยวโดนพี่ท็อปเตะ...5555)
 
เรื่องที่1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15

 


บริษัท พาโนราม่าเวิลด์ไวด์ จำกัด
298 ถนนศรีวรา ทาวน์อินทาวน์ แขวงวังทองหลาง
เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 แฟ็กซ์ 0-2934-4726

Panorama worldwide Co.,ltd.
298 Soi Ladprao 94, Wangthonglang district,
Wangthonglang, 
Bangkok 10310
Tel. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 Fax 0-2934-4726