ค้นหา   
พาโนราม่า สเปเชี่ยล
::: 2551 :::
::: 2550 :::
::: 2551 :::
ซี ซีรี่ส์
ตามรอยพระพุทธเจ้า(ภาค2)
::: 2552 :::
แกะรอยไกลบ้าน
ทางสายฝิ่น
รายการโทรทัศน์
ลูกไม้ไกลต้น
ปราชญ์เดินดิน
เรื่องที่ : 4
หัวข้อเรื่อง :  ย่างก้าวใหม่บนทางเดินเดิม…
    แหม!!! วันนี้ใช้ชื่อเรื่องเก๋ไก๋จริงๆ ...เอ๊ะจะมีใครรู้สึกอยากรู้ไปกับเราด้วยรึเปล่าหน๊อ..เอาเถอะน่า..ไหนๆ ก็หลวมตัวเข้ามาอ่านกันแล้วนี่... งั้นลองตามดูหน่อยก็คงไม่ทำให้เสียเวลามากไปหรอกเนอะ.
ที่ใช้ชื่อแบบนี้ก็เพราะว่า เรื่องที่ดุษจะเล่าวันนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นในอดีตจ้ะ..พูดง่ายๆก็คือ ประวัติศาสตร์ นั่นล่ะ แน่ะ..พอพูดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์หลายคนทำท่าจะลุกหนีซะแล้ว...เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน ....ใจเย็น ฟังกันก่อนนะ เพราะตัวเอกของเราคราวนี้ไม่ใช่ประวัติศาสตร์จ้ะ แต่เป็นวิทยาศาสตร์ต่างหากเล่า...อ๊ะๆ อย่าพึ่งทำหน้าสงสัย คิดว่าดุษเลอะเลือนพิมพ์ผิดพิมพ์ถูกนะ เดี๋ยวจะไขข้อข้องใจให้ฟังกัน ..
อารัมพบทมาตั้งนานสองนานแล้ว เข้าเรื่องดีกว่า ...เรื่องที่จะเล่าให้ฟังวันนี้เป็นงานตอนหนึ่งในรายการพาโนสเปเชียล ซึ่ง(คาดว่า)ใช้ชื่อตอนว่า “อ่านประวัติศาสตร์จากวิทยาศาสตร์” เห็นมั๊ยละ ก็บอกแล้วว่า ดุษไม่ได้พิมพ์ผิดซะหน่อย เอ๊ะ!! ..ชักสงสัยกันแล้วใช่มั๊ยเอ่ยว่า แล้วเจ้าวิทยาศาสตร์กับประวัติศาสตร์เนี่ย..มันจะมาเกี่ยวข้องปองดองกันได้ยังไง....(- -)? ได้สิขอรับ..ถ้าอยากรู้ เดี๋ยวพาโนฯ จัดให้......(แต่ต้องตามดูในรายการเอาเองนะจ้ะ...หุๆ)
อ้าว...พูดแบบนี้หมายความว่าไงเนี่ย ...แหม ก็แค่จะบอกว่าเรื่องเนื้อหาเราไม่ยุ่ง มุ่งแต่(เก็บนอกรอบ) ฮา ครับท่าน...ในเรื่องรายละเอียดของรายการก็ให้คนทำเค้าทำไปสิ ส่วนเราก็เก็บเอาเรื่องจากกองถ่ายมาเล่าให้ฟังกันไงล่ะ ...(ไม่ยังงั้นจะชื่อว่า เรื่องเล่าจากกองถ่ายรึ 5555 )..
^
^
^
เมื่อไหร่จะเข้าเรื่องได้ซะทีละยัยคนนี้ น้ำท่วมทุ่งไปหมดแล้ว งั้นหาผักบุ้งกันดีกว่าเนอะ งานของเราเริ่มที่ เน๊ะ(น้องที่รับผิดชอบงานตัวนี้) ได้รับมอบหมายมาจากพี่อุ๋ย (อัจฉรา) ซึ่งในตอนแรกเนี่ย พี่อุ๋ยจุดประกายปิ๊งๆ จากที่ไปอ่านเจอเรื่อง “วิทยาศาสตร์กับการอนุรักษ์โบราณสถาน” ซึ่งเป็นหัวข้อสัมมนาที่จัดขึ้นในวัน “วันอนุรักษ์มรดกไทย” พี่อุ๋ยเห็นว่าเรื่องนี้น่าสนใจดี เพราะนึกไม่ถึงมาก่อนว่า งานวิทยาศาสตร์เนี่ยมันจะทำร่วมกับงานประวัติศาสตร์ได้ยังไงกัน ...ค้นไปค้นมาก็เจอว่า..หน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือ “ศูนย์ปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณสถานนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา” ซึ่งมี ดร.ศิริชัย หวังเจริญตระ+++ล เป็นหัวหน้าผู้กำกับดูแล
งานของเน๊ะเริ่มต้นที่ ต้องไปเซอร์เวย์สถานที่และคุยปรึกษาเกี่ยวกับขอบข่ายงานกับ ดร.ศิริชัย ก่อน เพื่อที่จะได้นำข้อมูลเบื้องต้นมาการวางแผนการถ่ายทำและเขียนโครงเรื่อง ... ว่าแล้วเน๊ะก็นัดหมายกับ ดร.ศิริชัยเพื่อจะขอไปสำรวจสถานที่จริง อ้อ..ลืมบอกไปว่าศูนย์ฯ นี้ตั้งอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จ้ะ
การไปเซอร์เวย์ของเราคราวนี้ สนุกมากเลยเพราะ เราเดินทางไปกันเองโดยรถไฟบู๊ๆ ก็แหม อยุธยาแค่นี้เอง ถ้าจะไปโดยรถโดยสารก็ได้นะ แต่..มันไม่ได้บรรยากาศครับผม ต้องรถไฟคลาสสิกดี (ดีนะที่พอมีเวลาไม่ต้องรีบร้อน) เรา(หมายถึง เน๊ะและดุษ) ไปขึ้นรถไฟกันที่สถานีบางเขนจ้ะ กะเวลาให้ไปถึงที่อยุธยาประมาณบ่ายโมง นั่งรถไฟไปก็นั่งจิตนาการว่า วิทยาศาสตร์เนี่ยมันจะเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ได้ยังไงว้า...? อดใจเก็บความสงสัยไว้ก่อนเพราะเดี๋ยว อีกไม่เกินชั่วโมงพวกเราก็จะหายสงกะสัยกันแล้ว
พอไปถึงจุดหมายปลายทางที่ อ.เมืองฯ เราก็มองหารถของกรมศิลปากร ด้วยที่ ดร.ศิริชัยบอกเอาไว้ว่าให้มารอรับพวกเรา เดินหากันไปให้วุ่น แยกกันไปหาคนละทาง สักพักเน๊ะก็วิ่งมาตามบอกว่าเจอแล้ว..เย้!!!
อยุธยาวันนั้นอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ท้องฟ้าโปร่ง แดดร้อนน่าดู พวกเราก็เปรยๆ กันว่า สงสัยอากาศแบบนี้ตอนเย็นฝนท่าทางจะตกเนอะ แต่ขอให้กลับถึงกรุงเทพฯก่อนนะแล้วจะตกหรือไม่ตกก็ตามสบาย ..5555


  


  



(รูป ส่วนอาคารสถานที่ และ ดร.ศิริชัย หวังเจริญตระกูล)



เมื่อเรามาถึงที่ศูนย์ฯ ภาพที่เราเห็นคือ หมู่อาคารที่อยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของแมกไม้ อาคารเค้าได้ออกแบบมาให้ผนังด้านที่ติดกับทางเดินของแต่ละห้องนั้นเป็นกระจก เพื่อให้บุคคลภายนอกที่สนใจสามารถเดินชมได้โดยไม่เป็นการรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ อันนี้เป็นกรณีที่ไม่ได้ทำเรื่องติดต่อมาอย่างเป็นทางการนะจ้ะ ส่วนใครอยากชมการทำงานอย่างใกล้ชิด พร้อมมีวิทยากรนำชมล่ะก้อ ง่ายนิดเดียวแค่ทำหนังสือติดต่อมาเท่านี้ก็เรียบร้อย ได้ทั้งความรู้และความสนุกเพลิดเพลินไปแบบเต็มๆ (แอบโปรโมทให้เค้าซะหน่อย)
อุ๊ย...พาเดินมาซะไกล ยังไม่ได้อธิบายถึงขอบข่ายการทำงานของที่นี่เลยว่าเป็นยังไง ที่นี่เค้ามีภาระกิจหลักคือ การนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษาวิจัยเพื่อหาวิธีการและวัสดุที่เหมาะสมในการอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุในนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเพื่อให้การอนุรักษ์ดำเนินไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ นอกจากนี้ยังให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาด้านเทคนิคในการอนุรักษ์โบราณสถานแก่หน่วยงานต่างๆ ของกรมศิลปากร และวิเคราะห์ตัวอย่างที่ได้จากากรขุดค้นและขุดแต่งทางโบราณคดี เพื่อหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งเผยแพร่ให้ความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์โบราณสถานแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปด้วย เป็นยังไงจ้ะทีนี้รู้แล้วใช่มั๊ยล่ะว่า วิทยาศาสตร์กับประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกันได้ยังไง..(^ ^)/


  


  


  


  

(รูป ห้องแสดงนิทรรศการ และ ห้องทำงานในแต่ละส่วนความรับผิดชอบ)



เมื่อ ดร.ศิริชัยอธิยายการทำงานให้เราเข้าใจพอสังเขปแล้ว ทีนี้ก็ถึงคราวที่จะต้องพาเราออกกำลังกายด้วยการเดินสำรวจงานในแต่ละส่วนแล้วล่ะเพื่อให้เข้าใจดีขึ้นหลังจากที่นั่งจิตนการอยู่เป็นนานสองนาน โอ้โฮ...นี่ล่ะไฮไลท์ของการมาครั้งนี้เลยทีเดียว เพราะเราจะได้รู้เสียทีว่าเค้าเอาวิทยาศาสตร์มาใช้ประโยชน์กับงานที่ทำกันอยู่นี้ยังไงบ้าง แหม..แต่ละห้องแต่ละงานช่างน่าตื่นตาตื่นใจไปเสียหมดเชียว ยกตัวอย่างง่ายๆ แค่ห้องที่เค้ามีหน้าที่วิเคราะห์แยกส่วนประกอบของวัสดุต่างๆนะ เชื่อมั๊ยว่า เค้าแยกได้เลยนะว่า วัสดุที่คนสมัยก่อนเค้าใช้กันน่ะ มีส่วนประกอบของสารอะไรบ้าง แถมยังบอกได้รละเอียดอีกด้วยนะว่าสารแต่ละตัวน่ะมีอยู่กี่เปอร์เซ็นต์กัน.ว้าวววว....เห็นมั๊ย น่าทึ่งจริงๆ
กว่าเราจะเดินดูกันทั่วก็ใช้เวลาไปเกือบ 3 ชั่วโมงแน่ะ แต่เป็นระยะเวลาที่เราไม่รู้สึกเลยว่ามันนาน กลับคิดว่า แหมทำไมเวลาช่างเดินเร็วเหลือเกิน อาจเป็นเพราะว่า ดร.ศิริชัยท่านบรรยายได้สนุกและก็น่าสนใจมาก เลยทำให้พวกเราฟังกันไม่รู้เบื่อเลย...( อุ๊ย แอบโปรโมทให้เค้าอีกแล้วเหรอเรา)
และแล้วก็ได้เวลากลับ ก็เย็นแล้วล่ะประมาณสี่โมงเย็นกว่าๆ ได้แล้วมั้ง ดร.ศิริชัยจะให้เจ้าหน้าที่ขับรถมาส่งพวกเราที่สถานีรถไฟเพราะกลัวว่าจะกลับกันไม่ถูก ..โธ่โถ..พวกเราก็ลืมบอกไปว่า อยุธยากับพวกเราน่ะ แทบจะหลับตาเดินได้แล้วมั้ง (เพราะแอบมากันบ่อยๆ 5555) พวกเราก็ยืนยัน นั่งยัน จนเกือบจะนอนยังกันเลยว่า “ไม่ต้องห่วงค่ะอาจารย์ สบายมากเดี๋ยวพวกเราไปกันเอง” จน ดร.ศิริชัยท่านแน่ใจว่า พวกเราไม่หลงกันแน่ๆ ก็เลยวางใจให้พวกเราออกมากันเอง แฮ่ะๆ.. ..ที่จรงิพวกเรายังไม่ได้กลับกรุงเทพฯ กันหรอกนะ เพราะเรามีแผนกันว่าจะไปหาอะไรใส่ท้องกันซะหน่อย ...ว่าแล้วก็สวมวิญญาณประหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยว ถือเป้ สะพายกล้องวิดีโอเก็บบรรยากาศไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็เรียกรถหน้ากบ(อันนี้ดุษเรียกเอง ก็หน้าตาเค้าเหมือนพบจริงๆนี่) ให้ไปส่งแถวๆ บึงพระรามเพื่อหาอาหารอร่อยๆกินกัน ...

  

(รูป นี่ไงหน้าตาของรถโดยสาร ที่ตั้งชื่อให้ว่า “รถหน้ากบ” น่าตาน่ารักดีใช่มั๊ย )


กินเสร็จเช็คบิล ...ยังไม่ทันได้ขึ้นรถเลย ฝนก็เทกระหน่ำลงมา เลยทำให้ต้องนั่งคอยฝนให้หยุดตกกันที่ร้านนั้นล่ะ ระหว่างนั่งรอก็เลยได้โอกาสคุยกับลุงคนขับรถหน้ากบ(พอดีเรานัดเค้าให้กลับมารับน่ะ) กันยาวเลย ก็ดีนะ ไม่ว่าจะไปที่ไหนๆ ก็ตามหากเราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของบ้านล่ะก้อ เราจะรู้สึกได้ถึงมิตรภาพที่คนแปลกหน้ามีให้กัน ว้าววววว....ดีจังเลย แล้วเราก็มีเรื่องที่ทำให้รู้สึกดีๆ เก็บใส่กล่องความทรงจำกลับมาอีกหนึ่งเรื่องแล้ว….เย้..!!!!


(รูป บ๊าย บ่าย อยุธยา แล้วค่อยกลับมาเจอกันอีกครั้ง)


 
เรื่องที่1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15
 


บริษัท พาโนราม่าเวิลด์ไวด์ จำกัด
298 ถนนศรีวรา ทาวน์อินทาวน์ แขวงวังทองหลาง
เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 แฟ็กซ์ 0-2934-4726

Panorama worldwide Co.,ltd.
298 Soi Ladprao 94, Wangthonglang district,
Wangthonglang, 
Bangkok 10310
Tel. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 Fax 0-2934-4726