ค้นหา   
คนใฝ่รู้
•ป้ายจราจรอัจฉริยะ
•หู...ก็ทำสปาได้
•ไคโรแพรกติก(Chiropractic)
• ผีตาโม่..เขาคือใคร
• โฟเบีย..ภัยเงียบจากความกลัว
• กาหลอ...ดนตรีพื้นบ้าน..มโหรีส่งวิญญาณ
• มาลาเรีย...ภัยร้ายที่มาพร้อมกับยุงก้นปล้อง
• เรื่องยุ่งๆ กับยุงลาย
• ชิละ....ศิลปะการต่อสู้พื้นบ้านที่ถูกลืม
• ซัลซ่า...เทรนด์ใหม่ในการออกกำลังกาย
• แอสเปอร์เกอร์
• กลไกการพัฒนาที่สะอาด
• ประเพณีกองข้าว
• ฝนหลวง
• PTSD คืออะไร
• เลือกซื้อกล้องดิจิทัล
• เทศกาลตรุษจีน
• ประเพณีบุญเบิกฟ้า
• บุญส่งทุ่งของคนชอง
• มนุษย์ฟลอเรส...คนแคระรุ่นแรกๆของโลก
• ไฮโดรโปนิกส์ ปลูกพืชอย่างไรไม่ใช้ดิน
• Thumb Generation
• ไทยทรงดำ
• ไบโพลาร์ดิสออเดอร์
• กระจกทำความสะอาดตัวเองก็ได้
• ข้าวล้มตอ
• ในยาสีฟัน มีอะไร
• บุหรี่ไร้ควัน...ทางเลือกใหม่ของสิงห์อมควัน

ฝนหลวง

         โครงการพระราชดำริฝนหลวงเป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดารที่ต้องประสพกับปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และในการเกษตรกรรม อันมีสาเหตุมาจากความผันแปรและความคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าและวิจัยทางเอกสารทั้งด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยาและการดัดแปรสภาพอากาศ จนกระทั้งทรงมั่นพระทัย จึงได้พระราชทานแนวพระราชดำรินี้ให้แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกกรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หาลู่ทางที่จะทำให้เกิดการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้า ซึ่งได้มีปฏิบัติการจริงขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2512 โดยใช้พื้นที่ของวนอุทยานเขาใหญ่เป็นพื้นที่แรกในการทดลองทำฝนหลวง

         ในการทำฝนเทียมหรือฝนหลวงนั้นมีเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ

         1.กรรมวิธีการทำฝนจากเมฆอุ่นซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับการพัฒนาและใช้มาจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ ก่อกวน, เลี้ยงให้อ้วน,โจมตี

         2.การวิจัยและพัฒนาการทำฝนจากเมฆเย็น วิธีการนี้กำลังอยู่ในขั้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและในขณะนี้ก็บรรลุผลในการพัฒนาไประดับหนึ่งแล้ว

         3.การตรวจวัดทางกายภาพของเมฆ เครื่องบินวิจัยเมฆฟิสิกส์ King air B-350 เครื่องบินนี้เป็นเครื่องบินไอพ่นแบบ 2 เครื่องยนต์ที่ใช้ในภารกิจปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง

         4.การตรวจวัดเมฆฝนด้วยเรดาร์ตรวจอากาศ ซึ่งเรดาร์นี้มีคุณสมบัติในการตรวจวัดไอน้ำในอากาศเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติการฝนหลวง

         ปฏิบัติการฝนหลวงนั้น ใช้วิธีการโปรยสารเคมีจากเครื่องบินเพื่อเป็นการเร่งหรือเสริมการก่อตัวของเมฆและโจมตีกลุ่มเมฆให้เกิดเป็นฝนตกลงสู่พื้นที่เป้าหมาย และรวมไปถึงการเพิ่มปริมาณน้ำฝนให้สูงกว่าที่ตกปกติตามธรรมชาติ โดยสารเคมีแต่ละชนิดนั้นก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ในการนำมาใช้จึงพิจารณาจากคุณสมบัติของตัวสารเคมีกับสภาวะของเมฆหรือบรรยากาศในแต่ละวันเป็นสำคัญ โดยสารเคมีที่ใช้มีอยู่สองลักษณะคือ แบบผงและแบบสารละลายตามสภาพความเหมาะสมทางเทคนิคแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มคือ

         1.สารเคมีสูตรร้อน ซึ่งมีคุณสมบัติเมื่อดูดซับความชื้นในอากาศหรือทำปฏิกิริยากับน้ำจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นใช้ในสภาพผงละเอียด แบ่งได้เป็นคือ .สูตร 6 แคลเซียมคลอไรด์และสูตร 8 แคลเซียมอ๊อกไซด์และแคลเซียมคาร์บายด์

         2. สารเคมีสูตรเย็น มีคุณสมบัติที่ดูดซับความชื้นในอากาศหรือทำปฏิกิริยากับน้ำทำให้อุณหภูมิลดลง แบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ สูตร 4ยูเรีย, สูตร19 แอมโมเนียมไนเตรทและสูตร 3 น้ำแข็งแห้ง

         3.สารเคมีสูตรสร้างแกนกลั่นตัวของอากาศ มีคุณสมบัติเป็นแกนดูดซับความชื้นให้เข้ามาเกาะและกลั่นตัว กลายเป็นเม็ดน้ำจำนวนมาก แบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ สูตร 1 เกลือแป้ง(Sodium Chloride) และสารเคมีสูตรฝนหลวง1 นอกจากนั้นระยะเวลาในการปฏิบัติการฝนหลวง ก็มีกำหนดแผนการเป็นช่วงดังนี้

         1.ช่วงเดือนตุลาคม(เป็นแผนสำรองน้ำในช่วงปลายฤดูฝน) ในช่วงนี้เป็นการเฝ้าติดตามศึกษาและวิเคราะห์ปริมาณน้ำฝนตลอดช่วงฤดูฝน โดยเปรียบเทียบปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เมื่อถึงกลางเดือนสิงหาคม หากปริมาณน้ำกักเก็บมีปริมาณน้อยต่ำกว่า 60 % ของปริมาณน้ำกักเก็บสูงสุด ให้เน้นปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มปริมาณน้ำให้กับเขื่อนนั้นๆ ทันทีจนกว่าปริมาณน้ำที่กักเก็บจะได้ถึง 80 % ของปริมาณกักเก็บสูงสุด จึงยุติการทำฝนหลวงได้หรือจนกว่าสภาพอากาศจะไม่เอื้ออำนวย

         2.ช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน(แผนเฝ้าระวัง ช่วงชิงสภาพอากาศและแก้วิกฤตภัยแล้ง) เป็นการเฝ้าติดตามศึกษาและวิเคราะห์สภาพอากาศโดยใกล้ชิด เพื่อหาโอกาสของการทำฝนหลวง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับป่า ป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าและควบคุมไฟฟ้าไม่ให้ลุกลาม, ช่วยเหลือพื้นที่กรเกษตรต่างๆ, เพิ่มเติมน้ำให้กับพื้นที่ลุ่มรับน้ำต่างๆ

         3.ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน(แผนการปฏิบัติการในช่วงฤดูฝน) เป็นการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยพื้นที่การเกษตรต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาฝนทิ้งช่วงและเพิ่มน้ำให้กับพื้นที่ลุ่มรับน้ำต่างๆ

 


 
ซีเอ็ดบุคส์ ศูนย์หนังสือจุฬา ร้านดอกหญ้า ซีคอนสแคว์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
บ.พาโนราม่าเวิลด์ไวด์ จำกัด
0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7

บริษัท พาโนราม่าเวิลด์ไวด์ จำกัด
298 ถนนศรีวรา ทาวน์อินทาวน์ แขวงวังทองหลาง
เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 แฟ็กซ์ 0-2934-4726

Panorama worldwide Co.,ltd.
298 Soi Ladprao 94, Wangthonglang district,
Wangthonglang, 
Bangkok 10310
Tel. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 Fax 0-2934-4726

ศูนย์หนังสือจุฬา ซีเอ็ดบุคส์