ค้นหา   
คนใฝ่รู้
•ป้ายจราจรอัจฉริยะ
•หู...ก็ทำสปาได้
•ไคโรแพรกติก(Chiropractic)
• ผีตาโม่..เขาคือใคร
• โฟเบีย..ภัยเงียบจากความกลัว
• กาหลอ...ดนตรีพื้นบ้าน..มโหรีส่งวิญญาณ
• มาลาเรีย...ภัยร้ายที่มาพร้อมกับยุงก้นปล้อง
• เรื่องยุ่งๆ กับยุงลาย
• ชิละ....ศิลปะการต่อสู้พื้นบ้านที่ถูกลืม
• ซัลซ่า...เทรนด์ใหม่ในการออกกำลังกาย
• แอสเปอร์เกอร์
• กลไกการพัฒนาที่สะอาด
• ประเพณีกองข้าว
• ฝนหลวง
• PTSD คืออะไร
• เลือกซื้อกล้องดิจิทัล
• เทศกาลตรุษจีน
• ประเพณีบุญเบิกฟ้า
• บุญส่งทุ่งของคนชอง
• มนุษย์ฟลอเรส...คนแคระรุ่นแรกๆของโลก
• ไฮโดรโปนิกส์ ปลูกพืชอย่างไรไม่ใช้ดิน
• Thumb Generation
• ไทยทรงดำ
• ไบโพลาร์ดิสออเดอร์
• กระจกทำความสะอาดตัวเองก็ได้
• ข้าวล้มตอ
• ในยาสีฟัน มีอะไร
• บุหรี่ไร้ควัน...ทางเลือกใหม่ของสิงห์อมควัน

ไฮโดรโปนิกส์ ปลูกพืชอย่างไรไม่ใช้ดิน

         กว่า 150 ปีมาแล้วที่มนุษย์เรารู้จักการปลูกพืชแบบไม่อาศัยดินโดยในเริ่มแรกนั้นมีจุดประสงค์เพียงเพื่อต้องการศึกษาว่าแร่ธาตุชนิดใดบ้างที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช จนเมื่อปีค.ศ.1925 ประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาต่างเริ่มหาทางเลือกใหม่สำหรับการปลูกพืชในโรงเรือนเพราะการเพาะปลูกแบบอาศัยดินนั้นสร้างปัญหาให้มากกมาย นอกจากนี้ในวงการวิจัยเองก็มีการตื่นตัวทำการทดลองเกี่ยวกับการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินเพื่อเป็นการค้าขึ้น มากระทั่งปี ค.ศ.1930 คำว่า"ไฮโดรโปนิกส์" เริ่มเป็นที่รู้จักขึ้นโดย ดร. เจอร์ริค แห่งมหาวิทยาลัยมลรัฐแคลิฟอร์เนียที่ได้ทำการทดลองปลูกพืชโดยใช้เทคนิควิธีการปลูกพืชในน้ำสารละลายอาหารเป็นผลสำเร็จและนับจากนั้นการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินก็ได้รับการพัฒนาเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน

         ไฮโดรโปนิกส์ เป็นการปลูกพืชแบบไม่ใช้วัสดุปลูก (nonsubstrate หรือ water cuture) ซึ่งเป็นลักษณะของการปลูกพืชลงบนสารละลายธาตุอาหารพืชโดยให้รากสัมผัสกับสารอาหารโดยตรงนั่นเองโดยสามารถแบ่งวิธีการปลูกได้เป็น 3 แบบได้แก่

         1 .NFT (Nutrient Film Technique) เป็นวิธีการให้สารละลายธาตุอาหาร มีการไหลหมุนเวียน โดยรากพืชจะได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ ด้วยหลักการทำงานง่ายๆ คือให้สารอาหารไหลผ่านรากพืช เป็นลักษณะสายน้ำบางๆ เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับรากพืชโดยตรง ระบบน้ำจะหมุนเวียนกลับมาใช้งานได้ต่อเนื่อง ซึ่งวิธีการนี้เป็นที่นิยมในประเทศไทยในขณะนี้

         2 DRF (Dynamic Root Floating Technique) เป็นระบบการให้สารอาหารแก่รากพืชโดยตรง นอกจากนี้ยังมีการเติมอากาศด้วยการใช้ปั๊มลม ช่วยในการให้ออกซิเจน โดยรากพืชจะจุ่มอยู่ในสารอาหารโดยตรงและสามารถเคลื่อนไหวไปมาได้ หรือเรียกอีกอย่างว่า "การปลูกพืชแบบลอยน้ำ" วิธีนี้เป็นที่นิยมเพราะใช้พื้นที่เล็ก ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถใช้เวลาว่างปลูกเป็นงานอดิเรก

         3.DFT (Deep Flow Technique) เป็นระบบปลูกที่ให้สารละลายธาตุอาหาร ไหลผ่านรากพืชอย่างต่อเนื่องและหมุนเวียน เหมือนการปลูกพืชแช่น้ำ ซึ่งระดับน้ำจะไม่สูงนักราว 5-10 ซม. โดยน้ำจะไหลผ่านรากพืชอย่างช้าๆ สม่ำเสมอ

         ส่วนข้อดีและข้อเสียของการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์นั้น ข้อดีคือ สามารถทำการเพาะปลูกในพื้นที่ใดก็ได้เพราะไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องดินและสภาพแวดล้อม ให้ผลผลิตต่อพื้นที่ปลูกสูงกว่าและยังสามารถทำการผลิตได้สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ประหยัดเวลาและแรงงานในการเตรียมดินและการกำจัดศัตรูพืช ลดการใช้น้ำได้ลงถึง 10 เท่าตัวของการปลูกพืชแบบธรรมดา อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการใช้สารป้องกันและกำจัดแมลงได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนข้อเสียนั้น คือ มีต้นทุนสำหรับการลงทุนสูงกว่าการปลูกแบบธรรมดา อีกทั้งผู้ปลูกต้องมีความรุ้ความเข้าใจในเทคนิคการนี้เป็นอย่างดี และมีประสบการณ์มากพอในการควบคุมดูแล

 


 
ซีเอ็ดบุคส์ ศูนย์หนังสือจุฬา ร้านดอกหญ้า ซีคอนสแคว์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
บ.พาโนราม่าเวิลด์ไวด์ จำกัด
0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7

บริษัท พาโนราม่าเวิลด์ไวด์ จำกัด
298 ถนนศรีวรา ทาวน์อินทาวน์ แขวงวังทองหลาง
เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 แฟ็กซ์ 0-2934-4726

Panorama worldwide Co.,ltd.
298 Soi Ladprao 94, Wangthonglang district,
Wangthonglang, 
Bangkok 10310
Tel. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 Fax 0-2934-4726

ศูนย์หนังสือจุฬา ซีเอ็ดบุคส์