การทำงานในช่วงหน้าฝนจะต้องวางแผนการทำงานให้ดีและเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งในเรื่องของอุปกรณ์กันฝน เครื่องปั่นไฟ ไฟฉายพร้อมถ่าน น้ำมันสำรอง เทียนไข เสบียงและอุปกรณ์ทำกับข้าวซึ่งต้องถูกจัดให้เป็นอุปกรณ์ติดรถไว้ตลอดเวลาห้ามเอาลงเด็ดขาด และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยก็คือไฟแช๊ค ไอ้เจ้านี่สำคัญมากๆจัดว่าเป็นอุปกรณ์ประจำตัวเลยก็ว่าได้ ต้องเตรียมไปเยอะๆเพราะมันใช้ทำอะไรๆได้หลายอย่างนะครับและเป็นอุปกรณ์เดียวที่มักจะหายเป็นประจำไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ทั้งหมดที่บอกมาก็เพราะในช่วงหน้าฝนสภาพป่าจะรกมากถนนหนทางคาดเดาอะไรไม่ได้ บางทีต้นไม้ล้มขวางทาง บางทีถนนเรียบๆขับรถไปเดี๋ยวก็ไถลเดี๋ยวก็ติดหล่มเดี๋ยวก็จมโคลนมีอยู่หลายครั้งที่ต้องนอนค้างคืนกลางทางนอนฟังเสียงช้างหักต้นไม้หากินอยู่ใกล้ๆ เสียวก็เสียวนะครับแต่จะทำอย่างไรได้ จะวิทยุแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยลากรถก็ต้องใช้เวลาเพราะเจ้าหน้าที่เองก็ต้องผจญกับสภาพเส้นทางเละๆเข้ามาเหมือนกันบางครั้งก็ยังไม่รู้เลยว่าใครช่วยใคร มันเป็นเรื่องขำๆแต่ก็เหนื่อยเอาการเลยครับ
ในช่วงหน้าฝนพวกเราพบเห็นสัตว์ป่าได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะกระทิงและช้างเพราะอากาศที่คลึ้มและเย็นลงทำให้พวกมันต่างพากันออกมาหากินได้ตลอดทั้งวันซึ่งต่างจากฤดูร้อนที่พวกมันมักจะออกมาในช่วงเย็นไปจนตลอดทั้งคืน ฤดูฝนสัตว์ป่าไม่จำเป็นที่จะต้องระมัดระวังตัวมากนักเพราะใบไม้ที่รกขึ้นจะช่วยพรางตัวให้มันได้ดี หรือไม่ก็พรางให้กับพวกเราจนสัตว์ป่าไม่ทันสังเกตุเห็นซึ่งถือว่าก็อันตรายอยู่เหมือนกันเพราะถ้าหากเดินไปเจอมันโดยบังเอิญมันอาจตกใจวิ่งเข้าทำร้ายเอาก็ได้ แต่สำหรับพวกเราแล้วฤดูฝนก็เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ทำให้พวกเราสามารถถ่ายภาพสัตว์ขนาดใหญ่ได้ไม่ยาก
พวกเรามาปักหลักตั้งแค้มป์กันที่หน่วยพิทักษ์ป่ากรึงไกรกันอีกครั้ง และวางแผนกันว่าจะใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการทำงานในครั้งนี้เพราะประเมินจากสภาพถนนที่ผ่านมาคงจะไปไม่รอดแน่ๆ
พี่ผมเปิดเรื่องเอาไว้ว่าเรื่องควายๆนั้นไม่ใช่ไม่สุภาพนะครับแต่คราวนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับควายจริงๆ ควายป่าหรือที่ชาวบ้านและชาวกระเหรี่ยงในพื้นที่เค้าเรียกว่า มหิงสา ซึ่งเป็น1ใน7ชนิดของสัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่แห่ง ห้วยขาแข้ง
หลังจากที่พวกเราเฝ้าติดตามพวกมันมานานทำให้เรารู้ว่าควายป่านั้นเป็นสัตว์ที่มีความฉลาดเอาการเลยทีเดียวครับ มีอยู่ครั้งนึงที่เราถูกมันหลอกเอาซะหัวหมุนเลย แม้ว่าเราจะงัดเอากลเม็ดเด็ดพรายมาใช้เพื่อที่จะแอบถ่ายพวกมันให้ได้ แต่ก็ล้มเหลวไปซะทุกครั้ง จากข้อมูลเราทราบว่าในช่วงหน้าแล้งไปจนถึงต้นฝนควายป่ามักจะออกมาหากินตามตลิ่งของลำขาแข้งอยู่บ่อยครั้ง เพราะในช่วงนี้น้ำในลำขาแข้งลดลงเลยทำให้หญ้าอ่อนระบัดขึ้นตามชายตลิ่งจนเขียวชะอุ่ม
ผมเดินทางเข้าซุ้มตั้งแต่เช้ามืดทุกวันครับไม่ว่าจะกลับกี่โมงหลังจากที่ผมกลับมันก็ลงซะทุกครั้งจนวันนึงนายอู๊ดได้มีแผนอันแสนแยบยลซึ่งเค้าภูมิใจนักภูมิใจหนาว่าคนเราจะโง่กว่าควายได้ยังไง ถ้าไม่สำเร็จเค้าจะขอกราบเท้า(ตีน)ควายซักที แผนเป็นแบบนี้ครับคือตอนเช้าเค้าเชื่อว่าควายแอบมองความเคลื่นไหวของพวกเราอยู่ดังนั้นหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง คือให้พวกเราทุกคนเข้าซุ้มพร้อมๆกัน จากนั้นเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงให้เรือมารับผมออกไปคือให้ควายเข้าใจว่าพวกเรากลับแล้วคงเหลือไว้เพียงนายอู๊ดกับนายนัทเพราะเค้ามั่นใจว่าพอผมกลับไปไม่นานควายก็จะลงมากินหญ้าเหมือนทุกครั้งที่มันทำ
แต่เวลาผ่านไปอีก 3 ขั่วโมงคือประมาณบ่าย 2 ควายก็ยังไม่ลง นายอู๊ดเรียกเรือให้มารับนายนัทออกไปอีก เพราะเค้าคิดว่ามันคงไม่ทันเห็นตอนที่ผมกลับ(แหม่มีเหตุผล) ทีนี้นายอู๊ดขอนั่งคนเดียว พวกผมเองก็ลุ้นให้แผนนี้สำเร็จด้วยดีเพราะเราเสียเวลามาเป็นอาทิตย์แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จมันไม่ยอมออกมา ซึ่งนายอู๊ดเองสรุปเลยว่ามันคงย้ายที่หากินแล้วล่ะ แต่อีกวันนึงพวกเราลองไม่ไปนั่งเฝ้าดูได้แต่แอบมองไกลๆซึ่งเราก็คิดเหมือนกันว่ามันคงย้ายที่แล้ว แต่น่าเจ็บใจมากไม่เป็นอย่างที่คิดมันลงเล่นน้ำตั้งแต่เช้ายันมืดเลย สุดท้ายแล้วนายอู๊ดก็ต้องไปกราบควายจริงๆคือไปกราบที่รอยตีนของมันนั่นแหละ ก็เรียกเสียงเฮฮากันได้พอสมควร เห็นมั๊ยครับใครว่าควายโง่มันแกล้งเราซะหัวหมุนเลย คนขับเรือเองเค้าก็บอกนะว่าทุกครั้งที่เราไปนั่งเฝ้ามันก็ลงใกล้ๆที่เรานั่งนั่นแหละแต่อยู่ในจุดที่เรามองไม่เห็น คือเรานั่งซ้ายมันลงขวา เราตามไปนั่งขวามันลงซ้าย พวกเราเคยถึงขั้นไปนอนค้างคืนคอยเลยนะเพื่อจะเอาชนะมันให้ได้แต่ก็ไม่สำเร็จ แต่หลังจากที่พวกเราถอดใจแล้ว(คือไม่อยากกวนมันมาก) นั่งเล่นอย่างสบายใจ บางคนก็ลงว่ายน้ำที่ลำขาแข้งเล่นอยู่ๆ มันก็เดินมาเล่นน้ำด้วยต่อหน้าต่อตาเลยเป็นเรื่องจริงนะครับไม่ได้แต่งแต้มให้สนุก ทำเอาพวกเราวิ่งไปหยิบกล้องกันแทบไม่ทัน
Panorama worldwide Co.,ltd. 298 Soi Ladprao 94, Wangthonglang district, Wangthonglang, Bangkok 10310 Tel. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 Fax 0-2934-4726