พื้นที่ที่ควายอยู่นั้นเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างจะแห้งแล้งครับสภาพป่าก็จะเป็นป่าไผ่ซะส่วนใหญ่ อากาศที่ร้อนอบอ้าวจนถึงร้อนจัดจึงเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนจะต้องทนมันให้ได้บางครั้งถึงกับอ่อนเพลีย ขาดน้ำ และเผลอหลับไปก็มี การจะถ่ายภาพสัตว์ป่าให้ได้นั้นนอกจากจะต้องมีความอดทนแล้วยังจะต้องอาศัยโชคด้วยนะครับ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายหลังจากที่พวกเราถ่ายภาพควายป่าได้ ไม่นานผมก็ได้รับวิทยุจากช่างภาพของผมที่นั่งอยู่อีกจุดหนึ่งว่าตรงจุดที่เค้านั่งมีช้างลงกินน้ำซึ่งผมเองก็ดีใจมากเพราะมั่นใจว่าเค้าจะต้องได้ภาพสวยๆแน่นอน
แต่ไม่นานเค้าก็วิทยุมาอีกครั้งว่าช้างมันเดินลุยผ่านจุดที่เค้านั่งเลยและเค้าก็วิ่งหนีออกมาแบบฉิวเฉียดให้ผมรีบเอาเรือมารับ แต่ก็นั่นแหละครับก่อนที่เราจะมาทำงานแบบนี้เราได้คุยกันแล้วว่าในสถานการณ์แบบนี้ให้ตัวใครตัวมันไปก่อน
คือจริงๆแล้ว มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยนะครับ แต่พวกมันกลับน่าสงสาร มันถูกล่าจนจะหมดไปจากป่าอยู่แล้ว พื้นที่หากินของมันก็ถูกบุกรุกจากใครล่ะครับ..ก็พวกมนุษย์นี่แหละ การเห็นเสือไม่ใช่เรื่องง่ายเลยขนาดคุณศักดิ์สิทธิ์เอง ที่ติดตามเสือมานานยังไม่เคยเห็นมันเต็มๆตาในธรรมชาติซักทีนอกเสียจากจะจับมันติดวิทยุเท่านั้น มันเห็นเรามันก็วิ่งหนีไปแล้วครับ
ยอมรับเลยว่างานวิจัยเสือนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเสี่ยงอันตรายไม่น้อย เพราะเสืออยู่ทุกที่การที่จะดักจับพวกมันได้จะต้องรู้ให้ได้ว่ามันเดินอยู่ที่ไหน มีหลายครั้งครับที่ในขณะที่พวกเราติดตามถ่ายภาพนักวิจัยเดินไปสำรวจร่องรอยการเดินของเสือเพื่อที่จะวางกับดักล่อ แต่กลับถูกช้างไล่ต้องวิ่งหนีกันแบบไม่คิดชีวิต แต่ส่วนใหญ่แล้วเวลาช้างไล่นั้น
โอ้โหคิดไปเรื่อยเลยครับและหลังจากที่พวกเราเดินทางมาถึงจุดที่เสือติดนักวิจัยเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อย ผมจึงตามคุณศักดิ์สิทธิ์เข้าไปยิงยาสลบเสือ เดินเข้าไปนิดเดียวเสือมันโฮ่งใส่(ร้องขู่)เท่านั้นแหละครับขาผมอ่อนไปเลย นักวิจัยเองก็ตกใจไม่น้อยเพราะการจับเสือตัวนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของเมืองไทยเลยนะครับ หลังจากที่มันร้องขู่ครั้งแรกครั้งที่สองและสามก็ตามมา ทีมงานของผมเองต่างปีนต้นไม้กันหมดแล้วเพราะกลัวมันจะหลุดออกจากกับดัก ซึ่งผมเองก็อยากจะปีนกับเขาด้วยเหมือนกันแต่ด้วยเหตุผลที่ผมจะต้องถ่ายภาพนักวิจัยยิงเสือให้ได้ จึงต้องจำใจครับ ยอมรับเลยว่าจำใจเพราะในขณะนั้นมุมภาพที่คิดเอาไว้มันหายไปหมดแล้วครับ คิดอยู่อย่างเดียวว่า ทำไมเราถึงต้องมาทำงานที่มันอันตรายแบบนี้ด้วย ยอมรับนะครับว่ากลัวมากเลยแต่หลังจากที่นักวิจัยเค้ายิงยาสลบมันได้ทุกอย่างก็เข้าสู่ความสงบ เพื่อนๆผมต่างทยอยกันลงจากต้นไม้ นักวิจัยก็เข้าไปเก็บข้อมูลต่างๆที่ต้องการจากเสือ จากนั้นก็ติดวิทยุติดตามตัว วิทยุนั้นจะเป็นปลอกคอที่แข็งแรงมีขนาดพอเหมาะกับคอเสือมีระบบส่งสัญญาณกลับมาหาเครื่องรับที่อยู่นักวิจัย เพื่อที่พวกเค้าจะได้ติดตามการเดินทางของมันไปทุกๆที่ การทำงานในขณะที่เสือสลบต้องทำอย่างรวดเร็วนะครับเพราะกลัวว่าเสือจะตื่นก่อนและยังต้องรีบเร่งให้เสร็จก่อนที่แดดจะร้อนขึ้นเพราะถ้าอากาศร้อนจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเสือสูงขึ้นอาจทำให้มันตายได้
จริงๆแล้วเสือไม่ได้อาศัยอยู่ในป่าทึบๆเขาสูงๆหรอกครับ มันก็อยู่เหมือนกับเรานี่แหละ ป่าโล่งๆเรียบๆนี่แหละเว้นเสียแต่ว่าช่วงกลางวันที่มีอากาศร้อนมันก็จะหลบไม่นอนในป่าที่ทึบหน่อยเพราะมันขี้ร้อน พออากาศเย็นลงมันก็จะออกมาเดินหากินตามที่โล่งๆเหมือนเดิม มีบ่อยครั้งที่พวกเราถ่ายภาพมันได้บนถนนนอนเล่นน้ำที่ขังเป็นแอ่งตามทาง น่ารักดีครับ ทุกวันนี้พวกเราก็ยังอยากเจอเสืออยู่เหมือนเดิม เมื่อรู้ว่าเสืออยู่ไหนพวกเราก็จะย่องเข้าไปหา ตอนนี้หลังจากที่พวกเราทำงานร่วมกับนักวิจัยอยู่บ่อยๆ ทำให้นักวิจัยเข้าใจในวิถีชีวิตและนิสัยจริงๆของมันไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลย เวลาจะเดินป่าไปถ่ายอะไรเค้าก็ปล่อยให้พวกเราไปกันเองแล้วนะครับ เพราะเค้ารู้ว่าพวกเราวิ่งเก่ง ทุกวันนี้พวกเรายังคงทำงานถ่ายสารคดีอยู่ในป่าเหมือนเดิมครับ เข้าไปเดือนละ 20 วัน ไม่แน่นะครับขณะที่เพื่อนๆอ่านอยู่นี้พวกเรากำลังแอบถ่ายเสือตัวใหม่อยู่ในป่าก็ได้ นอนเปลตากฝนอดข้าว เฮ้อ..ชินกันแล้วนะครับ แล้วมีอะไรเด็ดๆจะมาเล่าให้ฟังใหม่นะครับ
Panorama worldwide Co.,ltd. 298 Soi Ladprao 94, Wangthonglang district, Wangthonglang, Bangkok 10310 Tel. 0-2934-4201-2, 0-2934-4256-7 Fax 0-2934-4726