 |
|
ทีมงานถ่ายทำของเราจึงเริ่มถ่ายทำที่ลาดัก ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ลาดักเคยมีสถานะเป็นประเทศ ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย เคยมีกษัตริย์ปกครอง แต่ปัจจุบันอยู่ในความปกครองของอินเดีย เป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินเดีย มี "เล" เป็นเมืองหลวง อยู่ในแคว้นจัมมู-แคชเมียร์ ที่เราเลือกถ่ายทำที่นี่ ก็เพราะลาดักเป็นที่เดียวในอินเดียที่ยังคงมีผู้นับถือศาสนาพุทธอยู่เป็นจำนวนมาก ถึงแม้จะเป็นนิกายวัชรยานแบบเดียวกับธิเบตก็ตาม อันที่จริงผู้คนของลาดักก็มีเชื้อสายของธิเบตอยู่ "เล" ตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขาหิมาลัยที่สลับซับซ้อนและสูงชัน อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,500 เมตร เล่นเอาพวกเราหลายคนยืนโงนเงนอยู่ที่สนามบินเลอยู่พักใหญ่ เพราะหายใจไม่ทันเนื่องจากออกซิเจนน้อย จากนั้นก็เริ่มปวดหัวกันอย่างหนัก จนทำอะไรแทบไม่ได้ แต่ก็ต้องทำ ที่ลาดักนี่เองเรามีเป้าหมายหลักอยู่ที่งานเต้นรำสวมหน้ากากฉลองพระปทุมสมภพ ศาสดาของนิกายวัชรยานที่เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิด ซึ่งจะจัดอย่างยิ่งใหญ่ที่วัดเฮมิส ที่อยู่ห่างจากเลออกไปประมาณ 45 กิโลเมตร และวัดเฮมิสก็ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงขึ้นไปอีก คือกว่า 3,800 เมตร และที่สำคัญงานที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 วันข้างหน้า จะเป็นงานใหญ่มาก 12 ปีถึงจะมีครั้ง จะมีการนำผ้าที่ปักพระรูปของพระปทุมสมภพที่เรียกว่า "ตังกา" ผืนใหญ่มากมาแขวนประดับไว้ที่กำแพงวัดเพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชา ทีมงานของพวกเราต้องไปตั้งแคมป์นอนรออยู่ใก้ลๆกับวัด เนื่องจากตอนเช้าเราต้องเริ่มถ่ายทำตั้งแต่ ตี 4 ตอนที่พระจะนำตังกาผืนยักษ์มาติดที่กำแพง และแล้ววันนั้นก็มาถึง พวกเราออกเดินทางจากแคมป์ตั้งแต่ ตี 3 แล้วขับรถขึ้นไปที่วัดอีก 30 นาที 2 ข้างทางเต็มไปด้วยผู้คนที่มากางเต้นท์รองานวันนี้เต็มไปหมดจนแทบไม่มีที่ว่าง เราได้รับอนุญาตพิเศษให้เข้าไปรออยู่ในบริเวณที่จะมีการเต้นรำสวมหน้ากาก โดยนัดรถให้มารับตอนเที่ยงพร้อมข้าวกล่อง เราได้เสียค่าบำรุงให้วัดเพื่อการถ่ายทำไปก่อนหน้านั้นแล้วประมาณ 30,000 บาท ตอนที่เราไปถึงที่วัดขณะนั้นเวลาประมาณ ตี 3 ครึ่ง ก็ปรากฏว่ามีประชาชนชาวลาดักนับพันคนมานั่งรอพิธีแขวนตังกาอยู่แล้วจนแน่นขนัดไปหมด เราได้เห็นและถ่ายทำ ถึงความศรัทธาอย่างแรงกล้าในศาสนาพุทธของชาวลาดักที่ไม่เคยเสื่อมคลายไปเลยแม้เวลาจะผ่านพ้นมามากกว่า 2,500 ปีแล้วก็ตาม การเต้นรำสวมหน้ากากจะเริ่มในเวลา 9 โมงเช้า นั้นหมายความว่าเราต้องนั่งรออีกหลายชั่วโมงทีเดียว เป็นที่น่าสังเกตว่านอกจากคนท้องถิ่นแล้ว นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีจำนวนมากพอๆกับคนลาดักทีเดียว ที่ลาดักโดยเฉพาะที่เมืองเล มีชื่อเสียงขจรขจายไปในหมู่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวยุโรปว่าเป็นเมืองแห่งความคลาสสิค ภูมิประเทศสวยงาม อากาศเย็นสบาย และที่สำคัญมีความเป็นธิเบตดั่งเดิมอยู่มาก ทั้งรูปแบบการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรม ในขณะที่ธิเบตที่อยู่ในการปกครองของจีนเข้าไปท่องเที่ยวลำบากกว่า ก็เลยทำให้ผู้คนที่หลงใหลคลั่งไค้ลในวัฒนธรรมธิเบตหันมาเที่ยวลาดักในอินเดียแทน จึงทำให้เลในวันนี้คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จนทำให้เศรษฐกิจในลาดักโดยรวมดีขึ้นอย่างทันตาเห็น ยิ่งสายคนยิ่งแน่นจนแทบไม่มีที่เดิน คนเริ่มเบียดเสียดยัดเยียดกัน คนอีกจำนวนมากพยายามเข้ามาในบริเวณวัดซึ่งขณะนี้ไม่มีพื้นที่ว่างแล้ว ขณะที่มีประตูเข้าอยู่ทางเดียว คนข้างในพยายามจะขึ้นไปสักการะตังกาพระปทุมสมภพ คนข้างนอกพยายามจะเข้า เกิดคลื่นมนุษย์ดันกันจนผู้คนล้มระเนระนาด ถูกเหยียบกันหลายสิบคน ท่ามกลางเสียงร้องของผู้ที่ถูกเหยียบ โชคดีที่เจ้าหน้าที่ของวัดเข้ามาจัดระเบียบได้ทันก่อนที่จะมีการเหยียบกันตายเกิดขึ้น ๙ โมงครึ่ง การเต้นรำสวมหน้ากากก็เริ่มขึ้น ผู้เต้นทั้งหมดเป็นพระที่อยู่ในวัดเฮมิสนั่นเอง การเต้นรำสวมหน้ากาก เป็นกิจกรรมของพระสงฆ์นิกายวัชรยาน ที่จะจัดขึ้นในวันสำคัญเท่านั้น เนื้อเรื่องเป็นเรื่องราวของธรรมะกับอธรรม เหล่ามารผจญถูกปราบโดยพระพุทธเจ้าองค์ต่างๆ เสียงแตรยาว เสียงกลอง เสียงสวดสำเนียงต่ำ ทำให้ภาพเหล่านั้นดูขลังขึ้นมากทีเดียว พวกเราถ่ายทำการเต้นรำสวมหน้ากากจนเสร็จพิธี ก็เป็นเวลาใก้ลเที่ยงพอดี ผู้คนเริ่มทยอยออก ขณะที่ประตูทางเข้าเล็กนิดเดียว ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่พยายามจะเข้ามาข้างใน จึงเกิดอาการเบียดกันตรงประตู เสี่ยงต่อการเหยียบกันตายเป็นอันมาก พวกเราเลยตัดสินใจนั่งรออีกพักใหญ่ให้ความวุ่นวายสงบลงเสียก่อน พอรอดออกมาข้างนอกได้ ปรากฎว่าคนขับรถบอกว่ารถขึ้นมาไม่ได้ไม่มีทีจอดเลย จะต้องเดินลงไป เอ้าเดินก็เดิน ยังไงก็เดินลงยังดีกว่าเดินขึ้น เดินมาได้พักใหญ่ คนรถคงจะเห็นท่าทางและหน้าตาของพวกเราที่เริ่มบอกบุญไม่รับ เลยบอกให้พวกเราคอยอยู่ตรงนั้นแหละเดี๋ยวจะลงไปเอารถขึ้นมารับ พร้อมรถอีกคันที่เตรียมอาหารกล่องเอาไว้ รออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ปรากฎว่ารถขึ้นมาคันเดียว อีกคันหากันไม่เจอ ขณะที่นั่งรถลงเขามา ถึงเข้าใจว่าไม่มีทางหากันเจอแน่นอนเพราะภาพที่เห็นคือ รถ Toyota ที่เราใช้ในการถ่ายทำ มีจำนวนนับร้อยคันจอดกันเต็มไปหมดตามไหล่เขา และแถมมีสีขาวเพียงสีเดียวเสียอีก ที่ลาดักมีรถบริการนักท่องเที่ยวอยู่เพียงยี่ห้อเดียวและสีเดียวทั้งเมือง เลยไม่รู้ว่าอาหารของเราอยู่คันไหน ก็เป็นอันว่าอดทานมื้อเที่ยงค่อนข้างแน่นอนแล้ว ไม่เป็นไรไปหากินกลางทางขากลับเมืองเลก็ได้ วิ่งลงมาถึงเชิงเขาด้านล่าง เจอตำรวจบอกว่า ให้ไปทางลัดถึงแม้ถนนจะไม่ค่อยดีนัก แต่รถไม่เยอะ ดีกว่ากลับทางเดิม ไกด์ของเราไม่เชื่อขอกลับทางเดิม วิ่งมาเกือบชั่วโมง ปรากฎว่าเห็นรถติดยาวนับกิโลไม่ขยับเลย ถามไถ่ได้ความว่ามีรถโดยสารตรงเหวลงไปในแม่น้ำ กำลังหาทางยกกันอยู่ คงใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง รถผ่านไม่ได้ เสร็จเลยต้องย้อนกลับทางเดิมมาตรงที่ตำรวจบอกนั่นแหละ คนขับรีบขับรถผ่านตำรวจไปอย่างรวดเร็ว กลัวเขาหัวเราะเยาะ ทางลัดที่ว่าวิ่งไปตามไหล่เขาคดเคี้ยวไม่มีบ้านเรือนผู้คน ลืมเรื่องร้านอาหารข้างทางไปได้เลย วันนั้นเราเลยได้ทานอาหารเช้ากันตอนสี่โมงเย็นพอดี .
โปรดติดตามตอนต่อไปอาทิตย์หน้าเมื่อทีมงานของเราต้องเดินเท้าขึ้นต้นแม่น้ำคงคาซึ่งสูงเกือบ 4,000 เมตร ที่เต็มไปด้วยความสวยงามแฝงอันตรายตลอดเส้นทาง.
|
|
|
|