 |
|
ตามแผนการถ่ายทำสารคดีชุด "ตามรอยพระพุทธเจ้า"นี้ เราจะต้องไปเดินทางไปถ่ายทำในประเทศอินเดียถึง 6 ครั้งด้วยกัน
ครั้งแรกเดือนมิถุนายน ปี 47 ถ่ายทำบริเวณอินเดียตอนเหนือ แถบลาดัก บริเวณเทือกเขาหิมาลัย และธรรมศาลา 28 วัน
ครั้งที่ 2 เดือนตุลาคม ปี 47ถ่ายทำเส้นทางสังเวชนียสถาน 17 วัน
ครั้งที่ 3 เดือนพฤศจิกายน ปี47 ถ่ายทำที่เมืองชัยปุระ,มัททุรา คาจูระโห,พาราณสี,กุสินารา,ลุมพินี อีก 31 วัน
ครั้งที่ 4 เดือนมกราคมปี 48 ถ่ายทำที่ มุมไบ(บอมเบย์) ถ้ำอจันตา ออโลร่า อีก 13 วัน
ครั้งที่ 5 เดือนกุมภาพันธ์ปี 48ถ่ายทำทีเมือง นาคาจูนาซาการ์,อมราวตี,คันจีปูรัม อีก 20 วัน และทุกครั้ง เราได้รับการสนับสนุนการเดินทางจาก การบินไทยทั้งหมด ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ไว้ด้วย ในฐานะมีส่วนร่วมในการสร้างสารคดีชุดประวัติศาสตร์ในครั้งนี้
รวมเวลาที่ต้องถ่ายทำในอินเดียทั้งหมด 109 วัน ซึ่งเป็นงานที่หนักหนาสากรรจ์อยู่พอประมาณทีเดียว ในประเทศที่การดำรงชีวิตค่อนข้างจะลำบากอยู่พอสมควร
เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ทีมงานของเราเพิ่งกลับมาจากการเดินทางไปถ่ายทำครั้งแรก ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ซะเกือบเดือน เล่นเอาทีมงานงอมกันไปตามตามกัน เหตุผลที่เราเลือกถ่ายทางตอนเหนือของอินเดียก่อนอื่น ก็เนื่องจากเดือนที่เราต้องไปเป็นหน้าร้อนของอินเดียพอดี และเป็นที่รู้กันว่า หน้าร้อนในอินเดียหฤโหดขนาดไหน ถ้าขืนไปถ่ายทำทางตอนกลางหรือตอนใต้ของอินเดียในช่วงนี้ อาจจะมีการตายเกิดขึ้นในกองถ่ายเป็นแน่ ทีมงานจึงตัดสินใจเลือกถ่ายทำตอนเหนือแทบเทือกเขาหิมาลัยก่อนเป็นอันดับแรก คุณอาจจะสงสัยว่า เอ..ทำเรื่องตามรอยพระพุทธเจ้า ทำไมถึงต้องไปถ่ายทำบนเทือกเขาหิมาลัยด้วย
เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ อย่างที่บอกไว้ในจุดกำเนิดของสารคดีชุดนี้นะครับ ว่าเราอยากนำเสนอให้เห็นถึงความอัจฉริยะของพระพุทธเจ้าที่สามารถฉีกแนวคิด ล้มล้างความเชื่อดังเดิมที่หล่อหลอมสังคมในยุคนั้นที่เชื่อกันว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเกิดขึ้นจากพระเจ้าเป็นผู้สร้างเป็นผู้ดลบันดาล มาเป็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากธรรมชาติ เป็นไปตามเหตุและผลของธรรมชาติ จนกระทั่งมีผู้เลื่อมใสหันมานับถือธรรมะคือธรรมชาติที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ขึ้นมาอย่างมากมายจนแผ่ขยายออกไปทั่วทั้งชมพูทวีป ขณะเดียวกันศาสนาพราหมณ์ที่เคยมีอยู่ดั้งเดิมก็เริ่มศูนย์เสียอำนาจเมื่อผู้คนเริ่มหันไปนับถือศาสนาพุทธที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์มากกว่า ก็เริ่มหาหนทางดึงมวลชนให้กลับมานับถือเหมือนเดิม มีการนำเอาหลักธรรมบางอย่างของพุทธไปผสมแล้วเปลี่ยนเป็นศาสนาฮินดู ประกอบกับเงื่อนไขอีกหลายประการที่ถาโถมเข้าใส่ จนในที่สุดศาสนาพุทธที่เคยรุ่งเรือง ได้สูญสิ้นไปจากอินเดียโดยสิ้นเชิง
การที่พวกเราจะเข้าใจศาสนาพุทธอย่างลึกซึ้งได้นั้น จำเป็นต้องเข้าใจสภาพสังคมและวัฒนธรรมของผู้คนในชมพูทวีปช่วงก่อนพุทธกาลให้ชัดเจนเสียก่อน ด้วยเหตุนี้เองสารคดีชุดนี้ เราจึงพาผู้ชมย้อนกลับไปในดินแดนชมพูทวีปช่วงก่อนพุทธกาล, ช่วงที่พระพุทธเจ้ามีพระชนม์ชีพอยู่ และหลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จปริพนิพานแล้ว ว่ามีร่องรอยอะไรที่พระองค์ทรงทิ้งไว้เป็นมรดกให้กับมวลมนุษยชาติบ้าง
|
|
|
|